การใช้งาน PivotTable บน Ms Excel

ในตอนที่ผ่านมา เราได้ศึกษา และเรียนรู้พื้นฐานการใช้งานตาราง Excel ในการป้อนข้อมูล รวมทั้ง การจัดรูปแบบข้อมูลต่างๆ เป็นที่เข้าไปไปแล้ว สำหรับเนื้อหาตอนนี้จะมาแนะนำการใช้เครื่องมือในการตรวจสอบและวิเตราะห์ข้อมูล ของโปรแกรม Excel ที่มีประสิทธิภาพอีกตัวหนึ่งคือ PivotTable

ขั้นตอน การเรียกใช้งาน PivotTable บนเอ็กเซล เป็นทูล ที่มีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ใช้งานในการคำนวณ การสรุป และการวิเคราะห์ข้อมูลในตารางเอ็กเซล เพื่อการเปรียบเทียบ การศึกษารูปแบบ และทิศทางแนวโน้มของข้อมูล
ก่อนอื่นเพื่อความเข้าใจในเนื้อหาและวิธีการ ขอให้ผู้เรียนได้เปิดไฟล์ Excel และเตรียมข้อมูลประกอบ ตามตัวอย่างดังนี้ครับ

วันที่ คนซื้อ รายการ จำนวน
25/07/2561 พ่อ น้ำมัน 500
26/07/2561 แม่ น้ำหอม 1500
27/07/2561 น้องชาย โทรศัพท์ 7900
28/07/2561 น้องสาว หนังสือ 500
29/07/2561 เราเอง คอมพิวเตอร์ 18900
30/07/2561 พ่อ ชั้นวางหนังสือ 3200
31/07/2561 เราเอง สมุดรายงาน 99
1/08/2561 พี่สาว ขนมเค้ก 399

การสร้าง PivotTable


เริ่มต้นจากการคลิกเพื่อเลือกขอบเขตข้อมูลที่ต้องการจะสร้าง



Note: ตารางข้อมูลไม่ควรจะมีค่าว่าง และ และมีหัวของแถวเพียงแถวเดียว


ไปที่เมนูแทรก หรือ Insert > PivotTable.


ภายใต้ตัวเลือก เลือกข้อมูลที่ต้องการวิเคราะห์ , ให้เลือก ตาราง หรือ แถบข้อมูล


ในช่อง Table/Range, ตรวจสอบขอบเขตข้อมูล .


ภายใต้กรอบตัวเลือก ให้เลือกตัวเลือกการทำงาน ว่าจะแสดงข้อมูลตรงไหน , เลือก New worksheet เพื่อแสดงข้อมูลออกไปยังไฟล์ตัวใหม่ หรือ เลือก Existing worksheet จากนั้นระบุตำแหน่งที่ต้องการแสดงข้อมูล


ตอบ OK.
การเลือกข้อมูลเพื่อแสดงผลตามการวิเคราะห์

Building out your PivotTable


การเพิ่มช่องข้อมูลเพื่อแสดงใน PivotTable, ติ้กที่ช่องตัวเลือกข้อมูล PivotTables Fields pane.
ตามตัวอย่าง จะเลือก 3 ค่า คือ คนซื้อ   รายการ    และ จำนวน



สอนการใช้งานฟังก์ชัน SUMIFS

จากตอนที่แล้ว ได้สอนการใช้งาน ฟังก์ชันผลรวมของ Excel แบบมีเงือนไข สำหรับในวันนี้ จะได้มาสอนการใช้งานฟังก์ชันอีกรูปแบบ คือ การใช้งานผลรวมแบบหลายเงื่อนไข SUMIFS
ในบางครั้งการตรวจสอบและการวิเคราะห์ข้อมูลก็จะมีความสำคัญและความจำเป็นของการ แสดงผลรวม Sum แบบหลายเงื่อนไข แต่เราก็ไม่ต้องห่วง เพราะโปรแกรม Ms Excel ได้เตรียมสูตร หรือฟังก์ชันใช้งาน ให้เราสามารถ ใช้งานกันได้ไม่ยาก เกินไป โดยมีวิธีการดังนี้
1 สมมุตติ เรามีไฟล์ข้อมูล รายงานการขายสินค้า ของร้าน แห่งหนึ่ง ซึ่งก็ขายดีพอสมควร พอมีกำไร ต้องจ้างพนักงานขาย หลายคน มาช่วยกันขาย สินค้า

เราสามารถ สรุปยอดรวมการขายสินค้าของแต่ละคน โดยใช้ฟังก์ชัน SUMIFS แบบนี้
มาดูขั้นตอนกันเลย

ก่อนอื่นให้เราฝึกการเตรียมข้อมูล สำหรับการฝึกใช้งานผลรวมแบบหลายเงื่อนไข ตามตารางนี้
จำนวน สินค้า พนักงานขาย 
2 ปลาเส้น ก้อย
5 น้ำตาล โป้ง
4 รสดี ก้อย
8 กล้วยหอม สมชาย
7 ข้าวสาร ก้อย
6 ปลาเส้น โป้ง
3 ปลาเส้น สมชาย
15 ปลาเส้น ก้อย
4 ขนมถั่วตัด โป้ง
ก้อย ปลาเส้น 17


1 เริ่มจาการคลิกเซลส์ที่ต้องการ
2 พิมพ์ =SUMIFS (
3 เลือกขอบเขตข้อมูลที่ต้องการผลรวม และใส่ คอมม่า
4 เลือกขอบเขตเงื่อนไขแรก ตามด้วย คอมม่า
5 เลือกเงื่อนไข แล้วพิมพ์ คอมม่า
6 เลือกเงื่อนไขที่สอง และใส่ คอมม่า
7 เลือกขอบเขตเงื่อนไแล้วใส่ คอมม่า
8 กด Enter





การใช้งานฟังก์ชัน SUMIF

สำหรับการใช้งาน ฟังก์ชัน SUMIF ของ เอกเซลนั้น ก็จะเป็นการลักษณะการหาผลรวมตามเงื่อนไขที่ระบุ ซึ่งจะมีลักษณะการใช้งานอย่างไร เรามาลองดูและศึกษาไปพร้อมๆ กัน ดีกว่า จากแบบฝึกหัด ด้านล่าง ดังต่อไปนี้ เลย ครับ
1 เริ่มจากการคลิกเลอกเซลส์ ที่ต้องการหาผลรวม แบบมีเงื่อนไข
2 ใส่ = SUMIF(
3 คลิกและแดรกเซลส์ที่ต้องการหาผลรวม
4 ระบุหมวดหมู่ของข้อมูล ตามที่ต้องการ
5 คลิกและแดรกเซลส์ให้ครบตามขอบเขตที่ต้องการ
6 กด Enetr
มาลองเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงกัน เพื่อให้ทำได้ใช้เป็นกัน
ตารางสรุปรายรับขายสินค้าประจำปี 2561
สินค้า หมวดหมู่ ไตรมาส1 ไตรมาส2 ไตรมาส3 ไตรมาส4 รวม
นมกล่อง อาหาร 5000 7800 8900 12000 33,700.00
ข้าวหอมมะลิ อาหาร 5000 7800 8900 12000 33,700.00
ปลากระป๋อง อาหาร 5000 7800 8900 12000 33,700.00
ยาสระผม ของใช้ 5000 7800 8900 12000 33,700.00
ผงซักฟอกบรีส ของใช้ 5000 7800 8900 12000 33,700.00
น้ำตาล อาหาร 5000 7800 8900 12000 33,700.00
ไม้กวาด ของใช้ 5000 7800 8900 12000 33,700.00
สมุดปกอ่อน เครื่องเรียน 5000 7800 8900 12000 33,700.00
ปากกาลูกลื่น เครื่องเรียน 5000 7800 8900 12000 33,700.00


จากตารางข้อมูล เราต้องการหาข้อมูลผลรวมตามเงื่อนไข ว่ารายรับการขายสินค้าเฉพาะหมวดหมู่ อาหาร รวมทุกไตรมาส เป็นเงินเท่าไหร่
1 คลิกที่เซลส์ที่ต้องการผลรวม
2 ใส่ =SUMIF(
3 เลือกขอบเขตหมวดหมู่ที่ต้องการทั้งคอลัมน์ 
4 พิมพ์ ,"อาหาร",
5 เลือกขอบเขตข้อมูล คอลัมน์ รวม แล้ว Enter 

หน้าตาของสูตร   =SUMIF(B3:B11,"อาหาร",G3:G11)

การหารจำนวนในตาราง Ms Excel

สำหรับบทที่ผ่านมา เราได้เรียนพื้นานในการคูณจำนวน ในตาราง Excel ไปแล้ว ต่อไป เราต้องการหาร ก็จะสามารถหาร ได้เช่นกัน
การหารจำนวนในตารางเอ็กเซล ผู้ใช้งานสามารถทำได้ในหลายวิธีการ เช่น
แบบที่ 1 ใช้การอ้างอิงเซล เช่น =B3/C3 เป็นต้น
หรือ
แบบที่ 2 ใช้การแทนค่าจำนวนโดยตรง เช่น =50/30
หรือ
แบบที่ 3 ใช้วิธีผสม อ้างอิงเซลกับจำนวน เช่น C2/50

NOTE: จะเริ่มต้นด้วยเครื่องหมาย =
และ จะใช้เครื่องหมาย / แทนการหาร

ก็จะแตกต่างจากการหารเลขปกตินิดหน่อย ตรงสัญลักษณ์การหารจะใช้  / แทน
สรุปขั้นตอน
1 คลิกเลือกเซลส์
2 พิมพ์ =
3 พิมพ์จำนวนโดยตรง หรือคลิกเลือกเซลส์
4 พิมพ์เครื่องหมาย /
5 พิมพ์จำนวนโดยตรง หรือคลิกเลือกเซลส์
6 กด Enter เพื่อยืนยัน


สำหรับวิธีที่แนะนำคือให้ใช้การอ้างอิงเซ,ส์ จะทำให้สะดวกกว่า ในการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขข้อมูล


สอนวิธีการคูณเลขในตาราง Ms Excel

การคูณจำนวนในตารางเอ็กเซล ผู้ใช้งานสามารถทำได้ในหลายวิธีการ เช่น
แบบที่ 1 ใช้การอ้างอิงเซล เช่น =B3*C3 เป็นต้น
หรือ
แบบที่ 2 ใช้การแทนค่าจำนวนโดยตรง เช่น =50*30
หรือ
แบบที่ 3 ใช้วิธีผสม อ้างอิงเซลกับจำนวน เช่น C2*50

NOTE: จะเริ่มต้นด้วยเครื่องหมาย =
และ จะใช้เครื่องหมาย * แทนการคูณ

ก็จะแตกต่างจากการคูณเลขปกตินิดหน่อย ตรงสัญลักษณ์การคูณจะใช้ * แทน x
สรุปขั้นตอน
1 คลิกเลือกเซลส์
2 พิมพ์ =
3 พิมพ์จำนวนโดยตรง หรือคลิกเลือกเซลส์
4 พิมพ์เครื่องหมาย *
5 พิมพ์จำนวนโดยตรง หรือคลิกเลือกเซลส์
6 กด Enter เพื่อยืนยัน

ข้อแนะนำ
การคูณสามารถใช้งานได้หลายวิธี แต่ถ้าคูณทั้งแถว และต้องการคัดลอกสูตร แนะนำให้เลือกใช้การอ้างอิงเซลส์ โดยคลิกเม้าส์เพื่อเลือก จะสะดวกกว่า

การลบจำนวนในตาราง Ms Excel

สำหรับวันนี้เราจะมาเรียนรู้และฝึกการลบ ในโปรแกรม Excel กัน
ก่อนอื่นให้เราเตรียมข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการเงิน เช่น ตารางแสดงรายรับ และรายจ่ายในแต่ละวัน และยอดรวมของแต่ละรายการ
จากนั้น ก็ลองใช้วิธีการ ลบ เพื่อดูว่า ยอดรายได้ กับ รายจ่าย สมดุลกัน เกิน หรือ ขาด หรือไม่เป็นต้น
ขั้นตอน
ก่อนอื่นให้เราเปิดไฟล์เอ็กเซล ขึ้นมา
1 คลิกเลือกเซลส์
2 พิมพ์ = G3-G4
แล้วกด Enter
** เท่านี้แล้ว เราก็จะได้ค่าผลลบ ตามที่ต้องการ



การคิดเกรดนักเรียนด้วย IFS ฟังก์ชัน Ms Excel

ความสามารถของโปรแกรม Ms Excel ในการคำนวน โดยใส่เงื่อนไขหรือ IF นั้น สามารถ นำมาใช้ในการแสดงผลการสอบของนักเรียนได้ โดยอาศัยหลักการ ประยุกต์นิดหน่อย
สำหรับขั้นตอนและวิธีการ ก็ขอบอกว่า ไม่ยาก อ่านจบแล้ว ลองทำตามได้เลย หรือ ถ้าไม่เข้าใจ จะเปิดชมคลิปตัวอย่างการทำ พร้อมกับหยุด และ ไปต่อ ตามขั้นตอน ก็ทำได้
ขั้นตอนการทำ
เริ่มจากเปิดไฟล์โปรแกรม ตารางเอ็กเซล ขึ้นมา
ข้อมูล นี้เป็นเพียงตัวอย่าง ที่กำหนดขึ้นมา เพื่อการศึกษา เท่านั้น
ส่วนเกณฑ์การให้คะแนน ของแต่ละโรงเรียน หรือสถาบัน อาจจะแตกต่างกันบ้าง ก็สามารถปรับตามต้องการ ได้


ชื่อนักเรียน คะแนน เกรด คะแนน อักษร
มุกดา 80 90 A+
บาลี 49 80 A
สีดา 50 70 B
ขนกพร 65 60 C
ดอนตาล 75 50 D
กานดา 48 <50 td=""> F
เคน 55
เพชร 95
พลอย 100

ตัวอย่างในช่องเกรด เอาจะมาใส่เงื่อนไข เพื่อให้แสดงผล ตัวอักษร ตามกลุ่มคะแนน ที่กำหนด 
สรุปขั้นตอน
1 คลิกเลือกเซลส์ที่ต้องการแสดงเกรด
2 พิมพ์   =IFS(B2>=E2,F2,B2>=E3,F3,B2>=E4,F4,B2>=E5,F5,B2>=E6,F6,B2<=E7,F7)
3 กด Enter



การปรับค่าสูตรโดยใส่ค่าคงตัวก่อนคัดลอกสูตร Absolute
ใส่สัญญลักษณ์ $ เพิ่มในสูตร
จะได้แบบนี้ =IFS(B2>=E$2,F$2,B2>=E$3,F$3,B2>=E$4,F$4,B2>=E$5,F$5,B2>=E$6,F$6,B2<=E$7,F$7)

4 การคัดลอกสูตร แดรกเม้าส์ลากคลุม ส่วนที่เหลือ
ก็จะได้ผลลัพธ์เกรดตามเงื่อนไข ที่กำหนด


การใช้งานฟังก์ชัน IF ของเอ็กเซล

นอกจากการใช้งานโปรแกรม Ms Excel ในการบวกบลคูณหาร จำนวน และตัวเลขทางคณิตศาสตร์แล้ว โปรแกรม Ms Excel ยังมีความสามารถของการ คำนวณผลลัพธ์ที่ต้องการแบบมีเงื่อนไข โดยอาศัยการเขียนเงื่อนไขที่เรียกว่า IF นั้นเอง
ข้อดี คือ คุณจะไม่ได้ลงมือเขียน Code โปรแกรมแบบลึกเอง เพียงแค่เรียกใช้งาน โดยพิมพ์ คำสั่งหรือเงื่อนไข เพื่อบังคับ หรือ เรียกใช้ชุดคำสั่งกึ่งสำเร็จรูปที่โปรแกรม Ms Excel เตรียมไว้ให้อยู่แล้ว
เพื่อไม่ให้เสียเวลา
เรามาดูกันเลยดีกว่า
เริ่มจากการเปิดไฟล์ Ms Excel  ขึ้นมา
สมมุตติ การคิดคะแนนสอบปลายภาคของนักเรียน ต้องการทราบว่า คนผ่าน /ไม่ผ่านกี่คน ใครบ้าง
ก็สามารถทำได้ โดย
ขั้นตอน
1 คลิกที่เซลส์แรกของผลสอบ
2 พิมพ์ =IF(B2>49,("ผ่าน"),("ไม่ผ่าน")) แล้วกด Enter
3 แดรกเม้าส์คักลอกสูตรกับเซลส์ที่เหลือ

ชื่อนักเรียน คะแนนปลายภาค ผลสอบ
มุกดา 80 ผ่าน
บาลี 49 ไม่ผ่าน
สีดา 50 ผ่าน
ขนกพร 65 ผ่าน
ดอนตาล 75 ผ่าน
กานดา 48 ไม่ผ่าน
เคน 55 ผ่าน
เพชร 95 ผ่าน
พลอย 100 ผ่าน

ภาพตัวอย่างการอธิบาย 


การหาผลรวม SUM ของตาราง Ms Excel

ตารางคำนวณ ของ MS Excel ที่เราคีย์ข้อมูลเป็นช่องๆ ข้อความบ้าง ตัวเลข จำนวนเงิน บ้าง เราสามารถอ้างอิง การใช้งาน คล้ายๆ เครื่องคิดเลข ในการบวก บ คูณหาร และเรียกใช้งานฟังก์ชั่นทางคณิตศาตร์ ได้อีก
สำหรับเนื้อหาวันนี้ จะมาแนะนำการใ้งานสูตรหรือฟังก์ชัน ในการคิดผลรวมของจำนวนตัวเลข กัน ว่าสามารถเรียกใช้ทำงานได้อย่างไร
ก่อนอื่น ให้เราเปิดไฟล์ตารางคำนวณ MS Excel ขึ้นมา ตามภาพประกอบ
ให้เตรียม ตารางข้อมูลประกอบตามภาพ

รายการเครื่องเขียน จำนวน ราคาต่อหน่วย ผลรวม
สมุดปกอ่อน 80 25 2000
ดินสอ2B 5 10 50
ปากกาลูกลื่น 55 8 440
ยางลบ 60 10 600
ไม้บรรทัด 90 20 1800
น้ำยาลบคำผิด 120 65 7800
กระดาษA4 20 105 2100


อธิบาย จำนวน ราคาต่อหน่วย และ ผลรวม ได้คิดไว้แล้ว
ต่อไป จะใช้สูตร ผลรวม SUM เพื่อรวมยอดใหญ่ทั้งหมดทุกรายการ
ขั้นตอน
1 คลิกเซลส์ ที่ต้องการผลรวม
2 พิมพ์ =SUM (
***นำเม้าส์ไปลากคลุมขอบเขตที่ต้องการผลรวมจนครบ
3 กด Enter
ก็จะได้ ผลรวม ตามต้องการ


การใช้งานคำสั่ง VLOOKUP

แนะนำทิปและเทคนิคการใช้งานโปรแกรม MS Excel ในวันนี้ จะมาสอนวิธีการใช้งานฟังก์ชั่น VLOOKUP ซึ่งมีความน่าสนใจในการนำไปใช้งาน ในกรณีที่เราต้องการให้แสดงผลข้อมูลในตาราง ตามที่เราต้องการ ซึ่งจริงๆ จะมีการประยุกต์ และนำไปใช้งานกันได้ในหลายลักษณะ
แต่สำหรับเนื้อหาในวันนี้ จะเป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้เริ่มต้น ให้สามารถ เข้าใจ และฝึกทำตามไปได้
ต้องมีการเตรียมไฟล์ข้อมูลตามตัวอย่างประกอบ
สำหรับนักเรียน หรือผู้สนใจ ก็สามารถฝึกโดยการคีย์ข้อมูลเตรียมการไว้ก่อน และฝึกทำตาม ก็จะได้ผลตามที่ต้องการ

การใช้งานคำสั่ง VLOOKUP เพื่อสืบค้นหาค่าของข้อมูลในตาราง หรือขอบเขตตารางข้อมูล ใน MS Excel จะมีขั้นตอนและวิธีการใช้งาน สำหรับท่านที่สนใจ ศึกษา และนำไปใช้ประโยชน์ ดังนี้ครับ
1 เลือกเซลส์ที่ต้องการ แสดงผลการค้นหา
2 พิมพ์  = VLOOKUP (
3 ใช้เม้าส์ไปเลือกเซลส์ข้อมูล ที่ต้องการค้นหา
4 พิมพ์ ,
5 นำเม้าส์ไปแดรกคลุมขอบเขตข้อมูล คอลัมน์และแถว ที่ต้องการค้นหา
4 พิมพ์ , แล้ว ใส่จำนวนของคอลัมน์ที่ต้องการค้นหา เช่น 2
5 พิมพ์ False )
6 กดแป้น Enter

เป็นงัยกันบ้าง
หวังว่าคงพอเข้าใจและทำตามไปได้
หากมีคำถาม หรือเสนอแนะอย่างไรก็ยินดีสอบถามกันเข้ามาได้ ภายใต้บทความนี้โดยตรง

การใช้งานสูตรพื้นฐานในตาราง Excel

การใช้งานตารางคำนวณ เช่น ผลรวม ผลบวก ลบ คูณ หาร เป็นพื้นฐานและความสามารถในการคำนวณทางบัญชี หรือทางคณิตศาสตร์ของโปรแกรมนี้ เลย
เราจำเป็นจะต้องทราบและเข้าใจพื้นฐานการใช้งานโปรแกรม ในการคำนวณ ค่าตัวเลขทางคณิตศาสตร์ เพื่อสามารถประยุกต์ และนำไปใช้กับลักษณะงานของแต่ละคนได้อย่างดี ต่อไป
สำหรับเนื้อหาในวันนี้เราจะมาเรียน ในการการคำนวณ ค่าผลรวม หรือการบวกเลข บนโปรแกรม excel กัน
สิ่งที่เราจะต้องคุ้นเคย cell และ Formula bar
ภาษาไทย หมายถึง ช่องเซลส์ และ ช่องสูตร
หลักการทำงาน
1 เริ่มจากคลิกเลือก เซลส์ ที่ต้องการคำนวณ
2 ใส่เครื่องหมาย =
3 ใส่ตัวอักษรของคอลัมน์และตัวเลขของแถว เช่น B2 + B3+ฺB4 แล้วกด Enter
หรือจะใช้วิธีเรียกใช้งาน Function ผลรวม
ให้ใช้ = (Sum แล้วนำเม้าส์คลิกเลือกเซลส์ตามที่ต้องการ
กดแป้น Enter เพื่อตกลง


การใช้งานสูตรโดยเรียกใช้ฟังก์ชั่น
1 คลิกเลือกเซลส์ที่ต้องการใส่สูตรคำนวณ
2 ใส่เครื่องหมาย = แล้วตามด้วย Sum (
ให้เอาเม้าส์ไปคลิกที่เซลส์ข้อมูลแรกที่ต้องการคำนวณ แล้วแดรกเม้าส์ไปเซลส์สุดท้ายที่ต้องการ
3 กด Enter

การคัดลอกสูตร
1 นำเม้าส์แตะที่ขอบเซลส์ผลคำนวน ลูกศร + แสดงขึ้นมาที่มุมล่างของเซลส์ จับลากเพื่อคัดลอกเซลส์ได้ทันที
จะได้ผลการคำนวณ ตามค่าของข้อมูลทันที

วิธีการเปิดและปิดคำอธิบายแผนภูมิ Excel

จากการที่เราได้สอนวิธีการสร้างกราฟ ไปแล้ว เราจะมาดูกันต่อในเรื่องของการ ซ่อนและการแสดงคำอธิบายแผนภูมิของกราฟกัน
ทางภาษาอังกฤษจะเรียกว่า legend หรือ คำอธิบายแผนภูมิของกราฟ
ขั้นตอนการทำงาน
1 เริ่มจากคลิกเลือกกราฟก่อน
2 เลือก legend หรือ และเลือกลูกศร ถัดจากตัว legend
3 ตัวเลือกว่า ต้องการแสดงข้อมูลอะไรบ้าง บนกราฟ
4 เลือก แกนที่สอง ถ้าต้องการแสดงข้อมูล ตามลำดับต่อกัน
5 เลือกเมนูตัวเลือก และเลือก เส้น
6 เลือก OK เพื่อ ตกลง

เลือกว่าจะแสดงหรือซ่อนข้อมูล ให้เหมาะสม และตรงกับความต้องการของเรา


การแสดงข้อมูล legend
1 เลือกกราฟ และคลิก +
2 เลือก คำอธิบายแผนภูมิของกราฟ legend
3 เลือกข้อมูลตามที่ต้องการให้แสดง เช่น ตำแหน่ง บน ล่าง ซ้าย ขวา ของกราฟ 
4 ตอบ OK

การซ่อนกราฟ Legend
1 คลิกเลือกกราฟ
2 คลิกเครื่องหมาย +
3 คลิกปิดตัวเลือก คำอธิบายแผนภูมิของกราฟ legend


ก็หวังว่า จะเข้าใจ และนำไปลองฝึกใช้งาน ในการเปิด หรือปิด คำอธิบายแผนภูมิ บนกราฟของ excel กันได้ ถ้ามีปัญหา หรือสอบถามเพิ่มเติม ก็โพสต์คอมเม้นต์ใต้บทความเลยครับ 

การเพิ่มชื่อเรื่องของแผนภูมิ Chart

สำหรับตอนที่ผ่านมา ได้สอนและแนtนำขั้นตอนและวิธีการสร้างกราฟ หรือแผนภูมิสำหรับการนำเสนอข้อมูล บนตาราง Ms Excel ไปแล้ว
คิดว่ายังพอจำได้ และสามารถทำกันได้ และทำเป็นแล้ว รวมทั้งสอนการสร้าง การเพิ่ม การแสดงเส้นแนวโน้มข้อมูล ของแผนภูมิต่างๆ

สำหรับวันนี้ จะมาสอนวิธีการตั้งชื่อแผนภูมิ ให้ตรงกับการนำเสนอข้อมูล หรือ ความต้องการของเรา

การเพิ่มชื่อเรื่องของแผนภูมิ Chart บน Ms Excel นั้น เพื่อให้เข้าใจ ได้ว่า ต้องการสื่อ หรือนำเสนอในข้อมูล เรื่องอะไร

วิธีการ
บนแผนภูมิ chart, เลือกแผนภูมิ "ชื่อแผนภูมิ"และพิมพ์ ชื่อแผนภูมิ
เลือก เครื่องหมาย +
เลือกหัวลูกศร ถัดจาก ชื่อแผนภูมิ
เลือก จัดตรงกลาง Centered Overlay เพื่อแสดงชื่อของแผนภูมิ บนซาร์ต หรือ เลือกตำแหน่งอื่นๆ จากตัวเลือก
คลิกเม้าส์ขวา ที่ชื่อของแผนภูมิ เพื่อเลือก รูปแบบ เช่น การเติม สีสัน ลักษณะพิเศษอื่นๆ


การอัพเดท ชื่อแผนภูมิ chart

คลิกเลือกชื่อแผนภูมิ
ใส่เครื่องหมาย = ลงในช่องใส่สูตร
คลิกเลือก cell ที่ต้องการปรับมาเป็นชื่อของแผนภูมิ

 

การเพิ่มแกนแผนภูมินำเสนอข้อมูล Ms Excel

สำหรับตอนที่ผ่านมา ได้สอนและแนtนำขั้นตอนและวิธีการสร้างกราฟ หรือแผนภูมิสำหรับการนำเสนอข้อมูล บนตาราง Ms Excel ไปแล้ว
คิดว่ายังพอจำได้ และสามารถทำกันได้ และทำเป็นแล้ว รวมทั้งสอนการสร้าง การเพิ่ม การแสดงเส้นแนวโน้มข้อมูล ของแผนภูมิต่างๆ

สำหรับวันนี้ จะมาลองสอนการเพิ่มแกนที่สองของเส้นแสดงข้อมูล ว่าจะแตกต่างจากแกนแรกอย่างไร โดยจะมีขั้นตอนและหลักการทำประมาณนี้ครับ
แบบว่า ต้องการแสดงค่าข้อมูลที่แตกต่างออกไป
1 เลือกแผนภูมิก่อน
2 ไปที่เมนู ออกแบบ > เปลี่ยนรูปแบบแผนภูมิ
3 เลือก คอมโบ > กลุ่มคอลัมน์ >เส้นและแกนที่สอง
4 เลือก แกนที่สอง สำหรับชุดข้อมูลที่ต้องการแสดง
5 ตอบ OK

จะต้องมีข้อมูลแสดงอย่างน้อย 2 ตัวเปรียบเทียบกัน
ชมคลิปวีดีโอนำเสนอ เพื่อให้สามารถเข้าใจมากขึ้น 



วิธีแสดงแนวโน้มข้อมูลในช่องของ Excel

จากตอนนี่ผ่านมา เราได้สอนการสร้างกราฟ หรือแผนผังเพื่อแสดงผลข้อมูลในรูปของแผนผัง ไปแล้ว สำหรับตอนนี้ จะมาสอนวิธีแสดงแนวโน้มข้อมูลในช่องของ Excel กันโดยใช้ตัวทำงานที่เรียกว่า Sparklines ซึ่งเป็นเส้นแสดงทิศทางหรือแนวโน้มขึ้นลงของข้อมูลขนาดเล็ก จะแสดงอยู่ในช่อง cell ข้อมูลของตารางชีทงานเลย
วิธีการเพิ่ม
1 คลิกเลือก cell ว่างๆ ของแถวข้อมูล
2 ไปที่เมนูแทรก> เลือก แนวโน้มข้อมูล sparkline
3 คลิกเลือก cells ข้อมูลในแถวที่ต้องการแสดงผลเป็นเส้นแนวโน้ม และคลิก ตกลง
4 แถวที่เหลือ ก็จับตัวลากแดรกลงมา จนครบทุกแถวที่ต้องการ
การจัดรูปแบบของเส้นแนวโน้ม sparkline
1 คลิกเลือกเส้นแนวโน้มก่อน
2 ไปที่การออกแบบ และเลือกตัวเลือก

ตัวเลือกรูปแบบ สามารถปรับแต่งอะไรได้บ้าง

เลือกเส้น คอลัมน์ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบของเส้นแนวโน้ม
เลือก ตัวเน้นสี เพื่อให้แต่ละเส้นมีความโดดเด่น
เลือกสไตล์ของเส้นแนวโน้ม
เลือกสีของเส้นแนวโน้ม


สามารถชมคลิปภาพวีดีโอนำเสนอได้