ข้อแตกต่างของ WINDOWS OEM กับแบบ RETAIL

บนวินโดว์ 7 มีข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติ รวบรวมมาให้ผู้สนใจ ได้ศึกษา เพิ่มเติม ดังนี้ ครับ


ข้อแตกต่างที่ชัดเจน 3 ข้อ

1. OEM ของ Windows 7 จะต้องเลือกเอาระหว่าง 32, หรือ 64 bit . ผู้ใช้ต้องตกลงใจเลือก และแน่ใจว่าเลือกได้แผ่นตามที่ต้องการ สำหรับแผ่น โปรแกรมแบบ retail จะมาครบทั้งแบบ 32 และ 64 bit Windows 7 DVD ในแผ่นเดียว

2. OEM ไม่สามารถย้ายไปลงกับคอมพิวเตอรืเครื่องอื่นได้ ถ้าติดตั้งกับคอมพิวเตอรืเครื่องใดเครื่องหนึ่งแล้ว ก็หมายความว่าจะต้องใช้งานกับคอมเครื่องนั้นตลอดไป แต่ไม่จำกัดถึงการ upgraded ไปใช้งานเวอร์ชั่นที่สูงกว่า ส่วน Retail versions สามารถที่จะย้ายไปติดตั้งกับเครื่องอื่นๆ ได้ แต่ก็ไม่สามารถติดตั้งหรือใช้งานพร้อมกันได้ 2 เครื่องในเวลาเดียวกัน

3. OEM copies ไม่ได้มาพร้อมกับบริการช่วยเหลือจาก Microsoft.ถ้าคุณจำเป็นจะต้องโทรหา Microsoft เพื่อขอรับการสนับสนุน เกี่ยวกับ Windows 7, คุณจะต้องจ่ายค่าโทรเอง ส่วน Retail copies มาพร้อมค่าบริการปรึกษา แล้ว



มีหลายคนส่งสัยว่า บริษัท Microsoft จะรู้ได้อย่างไรว่า OEM นี้ เป็นของคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ หรือกรณี Hard disk พัง เราซื้อมาลงโปรแกรมใหม่ แล้วจะ Activate ผ่านหรือเปล่า

คำตอบก็คือ หลักใหญ่แล้ว ถ้า เมนบอร์ด ไม่พัง ไม่ใช่ปัญหา เพราะ ข้อมูลต่างๆ ทาง Microsoft จะรวบรวมจาก Mother Board เป็นหลัก ซึ่งจะมี เลขรหัสหรือ Serial Number ของ เมนบอร์ด ที่แตกต่างกัน ในระบบฐานข้อมูลลงทะเบียนของบริษัท ครับ

ดังนั้น ืหากเราเปลี่ยน CPU หรือเพิ่มแรม แต่ใช้เมนบอร์ดตัวเดิม OEM ก็จะยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ครับ แต่ถ้า บอร์ด พัง คงต้อง ลองติดต่อกับทาง บริษัท ทางโทรศัพท์ หรือ email ดูนะครับ

ใครที่ใช้งาน OEM ที่มาพร้อมวินโดว์เครื่องใหม่ๆ ราคา ก็จะถูกหรือประหยัดกว่า แบบที่ซื้อแผ่นมาลงเอง หลักๆ 2-3 พันบาทนะครับ เป็นข้อพิจารณา
สำหรับข้อดีของการใช้งาน วินโดว์แท้ๆ มีหลายอย่าง ตั้งแต่การใช้งานที่สบายใจ สามารถ Update ข้อบกพร่องหรือแก้ไข Bug ต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว 
ด้านการป้องกันไวรัส สามารถติดตั้ง Freeware Antivirus ของบริษัท พวก Windows  Defender และ Windows Essential ได้ฟรี 



Post a Comment