วิธีใช้งานแบตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้กอย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือว่า Notebook แล้ว แบตเตอรรีถือเป็นอุปกรณ์แบบพกพาที่จะช่วยให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ของเราเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามหากขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้งาน การบำรุงรักษาที่ถูกวิธีแล้วก็ แบตของเราก็อาจจะเสื่อมสภาพก่อนเวลา และไม่เก็บไฟให้เราใช้งานยามเดินทางหรือยามไฟดับได้ เพื่อให้เรามีความรู้ความเข้าใจในการบำรุงรักษาแบตฯ ของคอมพิวเตอร์ได้อย่างถูกต้อง เราสามารถทำด้วยตัวเราเองง่ายๆ ตามขั้นตอนต่อไปนี้ครับ
1 รักษาความสะอาดของก้อนแบตฯ และช่องสำหรับเสียบหรือต่อแบตฯ เข้ากับเครื่องโน้ตบุ้กของเราให้สะอาดจากฝุ่นหรือสนิมที่จะจับขั่วแบตฯ ของเราอยู่เสมอ โดยการถอดแบตฯ ออกจากช่องเสียบ แล้วใช้ผ้าสำลีนุ่มชุบน้ำยาทำความสะอาดพวก แอลกอฮอร์ เช็ดบางๆ เบาๆ รอจนแห้งสนิท จึงใส่แบตฯกลับเข้าไปใหม่ และควรทำความสะอาดแบบนี้ทุกๆ 2-3 เดือน/ครั้ง


2 ซาร์ตไฟแบตฯ อย่างถูกต้อง หากเราเดินทางต้องแน่ใจว่าเราไม่ลืมสายอะแด็ปเตอร์ในการซาร์ทไฟในจุดที่มีปลั๊กไฟรองรับ ปกติแล้วแบตฯรุ่นใหม่จะสามารถซาร์ทไฟได้ทีละเล็กละน้อยตามโอกาสอำนวย สะสมไว้ใช้งานจนแบตฯเต็ม ซึงจะแตกต่างจากอดีตที่จะต้องรอให้ใช้ไฟจนหมดเสียก่อนจึงจะสามารถซาร์ทไฟได้ใหม่อีกครั้ง ปัจจุบันเป็นแบบ ลิเธียม ของเดิมเป็นแบบ นิกเกิล ดูเพิ่มเติมจากคู่มือโน้ตบุ้กของเราได้ว่าเป็นแบบใด?
ถ้าแบตของคุณเป็ฯแบบเดิม คำแนะนำที่ควรจะทำคือ ถอดปลั๊กไฟออกบ้างแล้วใช้งานจนไฟสะสมในแบตฯของคุณหมดหรือจบลง จากนั้นจึงซาร์ทไฟใหม่จนเต็มแบตฯอีกครั้ง เรียกว่าให้แบตฯได้ทำงานของมันบ้างว่างั้น ทุกๆ 2-3เดือน/ครั้ง เช่นกัน
สำหรับเครื่องรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้แบตฯ ชนิดลิเธียใ ถือเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของแบตฯ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟจนหมด ปกติแล้วหากเราใช้ไฟจนหมดก้อน จะใช้เวลา 12 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยในการรีซาร์ทไฟให้เต็มอีกครั้ง

3 ระบายความร้อน เมื่อมีการใช้งานแน่นอนสิ่งที่ตามมาก็ความร้อนจะมากน้อยก็ขึ้นกับระยะเวลาการใช้งานและความสามารถในการระบายความร้อนของเครื่องนั้นๆ การช่วยของเราก็พยายามอย่าให้มีสิ่งของเช่นเสื้อผ้า หรือวัตถุอื่นๆ มาปิดกั้นหรือปิดบล็อกรูหรือช่องทางระบายความร้อนของเครื่อง
4 หากคุณมีงบประมาณเพียงพอแนะนำให้หาแบตฯสำรองติดตัวอีกชุด

5 เก็บไฟในแบตฯในระดับที่เหมาะสม หากเราไม่คาดหวังว่าจะใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลาสัปดาห์หรือมากกว่า เป็นแนวคิดที่ดีในการเก็บไฟในแบตฯประมาณ 40% สามารถคลิกที่สถานะภาพของแบตฯ บริเวณทากส์บาร์ล่างขวามือ หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ไฟในแบตฯ เต็ม หรือ หมด กรณีไม่ได้ใช้งาน จะเป็นการทำให้อายุการใช้งานของแบตฯลดลงหรือเสื่อมเร็วกว่าปกติ

การปรับค่าการใช้งานแบตฯของคอมพิวเตอร์
สามารถช่วยประหยัดไฟได้ในส่วนของการแสดงผลหน้าจอ และการทำงานของ HDD จัดเป็นสองส่วนใหญ่ๆ ที่บริโภคไฟจากแบตฯของเรามากที่สุด โดยการเลือกตั้งค่าเป็น การใช้พลังงานหรือใช้ไฟเป็น a power plan (หรือ power scheme สำหรับ XP) จะทำให้เราสามารถยืดอายุการใช้งานแบตฯได้มากขึ้น โดยการปรับค่าแสดงผลอัตโนมัติ จึงเป็นการเลือกกำหนดที่ควรทำ โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ในแผลควบคุมหรือ Control panel

เราสามารถที่จะกำหนดค่า power scheme ของเราเองเพื่อให้ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด และสามารถกำหนดได้มากๆ เท่ากับที่เราต้องการได้ด้วยนะ
ใช้ประโยชน์จ่ากฟั่งชั่น low-power states
โดยแต่ละ versions ของโปรแกรม Windows จะเตรียมการกำหนดค่าของการใช้งานแบตฯอย่างมีประสิทธิภาพต่างกันออกไป

Windows 7. จะใช้ Sleep and hibernation คล้ายๆกับ deep sleep)
Windows Vista. จะใช้ Sleep and hybrid sleep การผสมระหว่าง sleepและ hibernation)
Windows XP. จะเรียกว่า Standby (คล้ายกับ sleep) และ hibernation (คล้าย deep sleep)
Sleep มีความหมายถึงการเตรียมพร้อมใช้งานหรือ (Standby)

สำหรับในโหมดของ sleep state (standby), หน้าจอแสดงผลและ hard disk จะถูกปิด, และโปรแกรมที่ถูกเปิดอยู่รวมทั้งไฟล์ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่ random access memory (RAM)เป็นหน่วยความจำชั่วคราว ไม่ได้เก็บที่ hard disk. และเมื่อมีการเรียกใช้งานก็จะหายไปจากหน่วยความจำ เพื่อป้องกันข้อมูลหายควรบันทึกหรือเซฟข้อมูลให้ดีก่อนจะมีการตั้งค่าใช้งานเป็นแบบ sleep หรือ standby mode.

การใช้งานโหมด Sleep (standby)จะมีประโยชน์มากในการเดินทางและการทำงาน เช่นการติดต่อกับลูกค้าหรือพนักงานบริการ เราสามารถขับรถและเลือกใช้งานโหมดนี้เพื่อประหยังไฟและพลังงาน เมื่อต้องการใช้งานก็จะสามารถเรียกคืนกลับหน้าจอเดิมได้อย่างรวดเร็ว



ในโหมด hibernation, เครื่องคอมพิวเตอร์จะบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างเก็บไว้บน hard diskจากนั้นจะปิดตัวเอง เมื่อเราทำการ restartคอมพิวเตอร์ หน้าจอการทำงานของเราจะมีการเรียกคืนกลับมาเช่นเดิม จากที่เก็บไว้บน HDD นั้นเอง โดย Hibernationจะกินไฟน้อยกว่าแบบ sleep state (standby),แต่จะใช้เวลานานกว่าในการเรียกหน้าต่างเดิมกลับมาหรือ resume.



สำหรับการประหยัดพลังานแบบลูกผสมหรือแบบ Hybrid sleep เป็นวิธีการประหยัดพลังานที่ออกแบบมาสำหรับคอมพิวเตอร์แบบ PC หรือตั้งโต๊ะเป็นหลัก โดยจะเก็บการทำงานปัจจุบันของเราไว้ทั้งที่บน HDD และบน RAM จากนั้นจะปรับการทำงานของเครื่องเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานหรือ low-power state.


อื่นๆ ในการประหยัดไฟได้แก่การปรับลดความสว่างหน้าจอหรือ screen brightness. ซึ่งสามารถศึกษาขั้นตอนได้ตากคู่มือของแต่ละเครื่อง ซึ่งแต่ละรุ่นหรือแบรดก้จะแตกต่างกันออกไปบ้าง


ปิดสัญญาณ wireless
ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่บริโภคไฟแบตฯ เช่นกัน หากเราไม่มีความจำเป็นต้องเชื่อมต่อพวกอินเตอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ไวไฟต่างๆ ก็ควรที่จะ OFF โดยการปิดสวิทซ์อุปกรณ์พวกการ์ด WI-FI ของเราไว้ก่อนครับ ปกติแล้วแต่ละยี่ห้อก็จะมีปุ่มในการเปิดปิดอุปกรณืไวเลสที่แตกต่างกันออกไป สามารถดูได้จากคู่มือของเครื่องนั้นๆ สำหรับของผมเองใช้ Acer โน้ตบุ้กก็จะใช้การกดแป้นคีย์ F3 เป็นต้น

คำแนะนำอื่นที่สามารถใช้ในการประหยัดพลังงาน


ปิดหรือ Turn off ตารางงานตามเวลา. ถ้าเราตั้งค่าการทำงานอัตโนมัติหรือสคริพคอมพิวเตอร์ในการทำงานตามที่เราต้องการ หากใช้แบตฯ เราควรจะปิดความสามารถนี้ไปก่อน
พยายามให้มีแถบเครื่องมือหรือไอคอนพร้อมใช้งานของโปรแกรมต่างๆ บนทาก์สบาร์ให้น้อยที่สุด
จำกัดการใช้งานโปรแกรมที่ใช้พลังงานสูงในการทำงาน เช่น การดูหนัง DVD หรือ CD การเล่นเกมส์ออนไลน์

เพิ่มหน่วยความจำ เราสามารถลดการพึ่งพาหน่วยความจำเสมือนหรือ virtual memoryจะลดการใช้พลังงานลงโดยการเพิ่มความจำหรือ (RAM) ให้กับเครื่องของเรา

โดยการปรับตั้งค่าการใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณ ในการประหยัดไฟจากแบตฯ และทำตามคำแนะนำทิปต่างๆ ข้างบน เชื่อว่าจะช่วยให้เราสามารถใช้งานแบตฯได้คุ้มค่าและเต็มประสิทธิภาพอย่างแน่นอนครับ

Post a Comment